การเลือกคอมพิวเตอร์

     การเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงาน ซึ่งระดับผู้ใช้งานมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกยี่ห้อของคอมพิวเตอร์ อีกทั้งการเลือกร้านค้าหรือตัวแทนมีความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ซ่อมเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ดังนั้น ร้านค้าที่ดีจะช่วยให้เราวางใจได้ในระดับหนึ่งว่าเครื่องคอมพิวเตอร์จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ควรเลือกให้เหมาะสมกับระดับผู้ใช้งาน หากซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีราคาแพงมากๆ เพียงเพื่อใช้พิมพ์งานหรือฟังเพลง ความคุ้มค่าของจำนวนเงินที่ซื้อไปจะสูญเปล่า ดังนั้นทำให้เราต้องศึกษาให้ดีก่อนในเรื่องของการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์

หลักการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์

การพิจารณาเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ เป็นขั้นตอนสำคัญซึ่งเราควรต้องทำความเข้าใจก่อนศึกษาเรื่องอื่น ซึ่งเนื้อหาจะให้รายละเอียดและขั้นตอนในการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์

- สำรวจระดับผู้ใช้งาน
- กำหนดสเปคเครื่องที่เราต้องการ
- สำรวจราคา
- บริการหลังการขาย
- ตรวจสภาพก่อนออกจากร้าน
การกำหนดระดับการใช้งานของคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมนั้น  จะทำให้เราได้สเปคเครื่องที่ตรงกับความต้องการไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป
ระดับผู้ใช้งาน
ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
1.ผู้ใช้ทั่วไป ด้านเอกสาร
2.ผู้ใช้งานด้านกราฟริก
3.ผู้ใช้งานระดับสูง ด้านออกแบบ 3 มิติ
ดังนั้นควรศึกษาและสำรวจอุปกรณ์ต่างๆของคอมพิวเตอร์ก่อนว่า แต่ละอย่างมีคุณสมบัติอย่างไร ราคาเท่าไหร่ จากนั้นให้กลับมาดูว่าเราต้องการซื้อคอมพิวเตอร์มาเพื่อใช้งานอะไร จากนั้นจึงค่อยเลือกสเปคให้พอดีกับความต้องการ ส่วนเรื่องบริษัทที่ผลิต(ยี่ห้อ)และราคา จะเป็นปัจจัยรองลงมา

การเลือกสเปคเครื่อง
หลังจากที่เรารู้ว่าต้องการใช้งานในระดับใด ต่อไปเป็นการกำหนดสเปคเครื่องที่รองรับการทำงานในด้านต่างๆ ของผู้ใช้งาน
1.ผู้ใช้งานทั่วไป 
งานที่ใช้จะเป็นงานด้านเอกสาร ดูหนังฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ตโดยไม่เน้นเทคโนโลยีหรือความเร็วที่สูงนักราคาย่อมเยาว์ สเปคที่แนะนำมีดังนี้
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สเป็คที่แนะนำ
ซีพียู รุ่น Intel Celeron D หรือ AMD Athlon64x2ความเร็วซีพียู 700 MHz -1.3 GHz
แรม ประเภท DDR-SDRAM ขนาด 256-512 MB
ฮาร์ดิสก์ ความจุ 80-160 GB ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในระดับพื้นฐาน
ไดรว์ CD/DVD CD-ROM หรือ DVD-ROM
เมนบอร์ด เลือกประเภทที่มีชิปประเภทแสดงผล และเสียงมาด้วย (VGA และ Sound on-board)เพื่อไม่ต้องซื้อการ์ดมาติดตั้งเพิ่มอีก และเป็นการลดราคาเครื่องโดยรวมลงมาด้วย
2.ผู้ใชงานด้านกราฟริก
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สเป็คที่แนะนำ
ซีพียู รุ่น Intel Pentium Dual Core หรือ Core 2 Duo หรือAMD Athlon 64 X2/Phenom X2
แรม ประเภท DDR2-667 ขนาด  1-2 GB ทำงานแบบ Dual Channel
ฮาร์ดิสก์ 250 GB แบบ Serial ATA 300 (ควรเลือกฮาร์ดิสก์แบบไฮบริด)
เมนบอร์ด เลือกแบบที่มีมาตรฐานการเชื่อมต่อ AGP 8x หรือ PCI EXPRESS สำหรับการ์ดแสดงผลประสิทธิภาพสูง
การ์ดแสดงผล nVidia GeForce 7300GT/7600 หรือ ATi Radeon X1600/X1650
จอแสดงผล ขนาดของจอภาพแสดงผลควรเลือก LCD ขนาด 17 นิ้วขึ้นไป หรือ  CRT 19 นิ้ว
3.ผู้ใช้งานระดับสูง งานออกแบบ 3 มิติ
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สเป็คที่แนะนำ
ซีพียู รุ่น Intel Core 2 Duo หรือ Intel Core 2 Quad
แรม ประเภท DDR2-800 ขนาด  1-2 GB ทำงานแบบ Dual Channel
ฮาร์ดิสก์ 320 GB แบบ Serial ATA 300 (หรือนำ 250 GB มาต่อ RAID 0)
เมนบอร์ด เลือกแบบที่มีมาตรฐานการเชื่อมต่อ AGP 8x หรือ PCI EXPRESS สำหรับการ์ดแสดงผลประสิทธิภาพสูง
การ์ดแสดงผล nVidia GeForce 8600GTS หรือ ATi Radeon HD 2600 Pro
จอแสดงผล จอภาพ LCD 19-22 นิ้ว
ความเร็วของซีพียูที่เหมาะสมกับงาน
ลักษณะของงานที่ต้องการ ความเร็วของซีพียู
งานพิมพ์เอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง และเล่นอินเทอร์เน็ต ใช้ความเร็ว 700 – 1300 MHz
งานกราฟิกส์ ตกแต่งภาพความละเอียดสูง ใช้ความเร็ว 1.3 – 2.0 GHz
งานสร้างมัลติมีเดีย ตัดต่อเสียง และวิดีโอ ใช้ความเร็ว 2.0 GHz ขึ้นไป
ชนิดของการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
  1.กลุ่มที่เลือกซื้อคอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อ หรือเครื่องแบรนด์เนม (Brand name)เช่น Acer,hp
ข้อดี คือการได้เครื่องที่มีคุณภาพสูง อุปกรณ์ต่างๆถูกคำนวณและปรับแต่งด้วยวิศวกรที่ชำนาญ เพื่อให้ประสิทธิภาพเครื่องโดยรวมมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้
ยังมีการประกันและบริการหลังการขายเป็นอย่างดี (ในบางครั้งอาจมีการฝึกอบรมการใช้เครื่องหรือโปรแกรมแก่ผู้ใช้ด้วย)และเมื่อเครื่องเสียจะซ่อมได้ง่ายเนื่องจากช่างรู้อุปกรณ์ต่างๆเป็นอย่างดี
ข้อเสีย คือเครื่องมีราคาแพงที่สุดและเลือกสเป็คตามต้องการไม่ได้ (เพราะว่าสเป็คได้ถูกกำหนดมาแล้วเป็นชุด) เนื่องจากการดูแลรักษาง่าย มีปัญหาน้อยที่สุด ดังนั้น การซื้อเครื่องแบบนี้จะเหมาะกับผู้ซื้อไม่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องและมีทุนทรัพย์เพียงพอและเหมาะกับองค์กรที่ใช้เครื่องเป็นจำนวนมาก
  2.กลุ่มที่เลือกซื้อเครื่องแบบสั่งประกอบ
ข้อดี คือสามารถกำหนดสเป็คและรุ่นได้ ราคาถูก(ส่วนการรับประกันและบริการหลังการขายขึ้นกับทางร้าน)สามารถจำกัดงบได้
ข้อเสีย คือการประกอบเครื่องอาจเป็นเพียงการนำอุปกรณ์ตามที่เรากำหนดสเป็คไว้มาประกอบรวมกันเท่านั้น ไม่ได้คำนวณและปรับแต่งเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูง
ยิ่งกว่านั้นถ้าเราไม่มีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์นั้น เราอาจได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพเพียงพอหรือได้สินค้าปลอม และเมื่อเครื่องเสียต้องยกมาที่ร้านเอง
  3.กลุ่มที่เลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆมาเป็นชิ้น แล้วมาประกอบเองหรืออัพเกรด
ข้อดี คือได้อุปกรณ์ที่ดีมีคุณภาพเพราะเป็นอุปกรณ์ใหม่แกะกล่อง แน่ใจได้เลยว่าไม่ใช่สินค้าปลอม สามารถเลือกรุ่น และยี่ห้อได้เช่นเดียวกับแบบสั่งประกอบ แต่เลือกได้หลากหลายกว่า และอาจซื้อได้ถูกกว่าอีกด้วย 
ข้อเสีย คือราคาโดยรวมอาจจะสูงกว่าซื้อตามใบสั่งบางรายการ เพราะอุปกรณ์ที่ได้จะดีกว่าและผู้ซื้อต้องเสียเวลาในการประกอบเครื่องเองและติดตั้งโปรแกรมด้วยตนเอง 
"คอมพิวเตอร์มีขายเยอะแยะ ทำไมต้องประกอบเอง" คำตอบง่ายๆก็คือ ก็เพราะว่าเครื่องที่ประกอบใช้เองนั้นราคาประหยัดกว่า สามารถเลือกสเปคและยี่ห้ออุปกรณ์ได้ตามความพอใจ และที่สำคัญคือเลือกได้ทันสมัยกว่าเครื่องแบรนด์เนมทั่วไปอีกด้วย
บริการหลังการขาย  
 สิ่งที่เราควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจในการซื้อที่มีความสำคัญเท่า ๆ กับราคาและสเป็คก็คือบริการหลังการขาย เพราะเมื่อเครื่องมีปัญหาในการทำงาน และทางร้านรับประกันเครื่อง เราสามารถรับบริการได้ตามการประกันนั้น เช่น การซ่อมแซม เป็นต้น 
ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 
    รูปแบบในการรับประกัน
ในปัจจุบันนี้รูปแบบการรับประกันมี 2 แบบคือ
1. การรับประกันสินค้าแบบรวมค่าแรง เป็นลักษณะที่เมื่อเครื่องเกิดปัญหาทางร้านยินดีไปรับมาซ่อมและนำส่งเมื่อซ่อมเสร็จแล้วโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โดยส่วนมากจะเป็นร้านที่มีชื่อเสียงและสินค้าที่รับประกันจะเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ เช่น สินค้าที่มี Brand name ต่างๆ และมีราคาค่อนข้างแพง
2. การรับประกันแบบไม่รวมค่าแรง เป็นลักษณะที่เมื่อเครื่องเกิดปัญหาเราต้องนำเครื่องไปซ่อมเองที่ร้านและรับกลับเองเมื่อซ่อมเสร็จ และบางครั้งอาจมีการคิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมด้วย ซึ่งการรับประกันแบบนี้จะใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ราคาถูกทั่วไปหรือการซื้อเครื่องมาประกอบเองสำหรับการเลือกบริการหลังการขายนี้เราต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าแบบใดจึงจะเหมาะสมกับเครื่อง และลักษณะของการใช้งานแบบไหน ถ้าเป็นการใช้งานเกี่ยวกับโปรแกรมกราฟฟิกหรือโปรแกรมที่มีความซับซ้อน (ระดับ Graphic User) เราควรเลือกรูปแบบการรับประกันสินค้าแบบรวมค่าแรง เพราะนอกจากที่เราจะได้สินค้าที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีแล้ว เมื่อเครื่องหรืออุปกรณ์มีการขัดข้องก็สามารถรับบริการหลังการขายตลอดระยะเวลาในการรับประกันได้
ถ้าหากเราเลือกแบบไม่รวมค่าแรงเมื่อเครื่องขัดข้องหรือมีปัญหา เราจะต้องนำเครื่องไปที่ร้านเองทุกครั้งและเสียค่าใช้จ่ายมากด้วย    เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่มีความซับซ้อนในการใช้งานกว่า ความเสียหายอาจจะมากกว่าเครื่องที่ใช้งานแบบธรรมดา
ระยะเวลาในการรับประกัน
    ในการรับประกันสินค้านั้นทางร้านจะกำหนดระยะเวลาในการประกันด้วย โดยส่วนมากเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีการประกัน 1 ปี แต่ถ้าเราซื้อเครื่องแบบประกอบเราควรจะต้องทราบก่อนว่าอุปกรณ์แต่ละตัวมีการประกัน และมีระยะการรับประกันอย่างไร ซึ่งรายละเอียดของการรับประกันอุปกรณ์แต่ละตัวแสดงดังตาราง

อุปกรณ์

ระยะเวลาในการประกัน*

ฮาร์ดดิสก์ 3 ปีสำหรับตัวแทนภายในประเทศ (เช่น ตัวแทนจำหน่วยฮาร์ดดิสก์ Quantum และ Seagate เป็นต้น) 1 ปีสำหรับผู้นำเข้าที่ไม่ใช่ตัวแทนจำหน่ายในประเทศ
หน่วยประมวลผล(CPU) 3 ปีสำหรับซีพียูที่นำเข้าภายในประเทศ
1 ปีสำหรับซีพียูที่นำเข้าโดยพ่อค้าคายย่อย
หน่วยความจำ(RAM) รับประกัน 1 ปี (หรือตลอดอายุการใช้งานซึ่งขึ้นอยู่กับยี่ห้อของหน่วยความจำ)
เมนบอร์ด รับประกัน 1 ปี
การ์ดแสดงผล รับประกัน 1 ปี
แหล่งจ่ายไฟ(Power supply) รับประกัน 1 ปี
*ระยะเวลาในการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นควรมีการเช็คดูก่อนเสมอดังนั้น เราควรจะรักษาสติกเกอร์ให้ดีเพราะถ้าหากสติกเกอร์มีรอยฉีกขาด (หรือในกรณีที่สติกเกอร์ลอกจะเกิดรอยเป็นตัวอักษรคำว่า " Void") หรือมีการแกะสติกเกอร์ออกไม่ว่าจะกรณีใดๆ ทั้งสิ้นทางร้านจะถือว่าการรับประกันสิ้นสุดลง จากเหตุผลข้างต้นเราจึงควรตรวจสอบด้วยว่าผู้ขายได้ติดสติกเกอร์ในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่เช่น ถ้าติดสติกเกอร์ในตำแหน่งที่หลุด หรือมีรอยได้ง่าย ในขณะที่เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์หรือขณะย้ายเครื่องเราควรแจ้งให้เปลี่ยนตำแหน่งใหม่ ซึ่งตำแหน่งที่จะติดสติกเกอร์ควรเป็นตำแหน่งที่หลีกเลี่ยงการเสียดสีหรือการสัมผัสบ่อยๆ
สติ๊กเกอร์รับประกัน

Warranty void

การตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆภายในเครื่อง
เมื่อเราได้เครื่องคอมพิวเตอร์ ควรตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆ ว่าครบหรือตรงตามสเปคที่เราได้สั่งซื้อหรือนำมาซ่อมว่าชำรุดสูญหาย  หรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้ 3 วิธี คือ
  1.การตรวจสอบโดยเปิดฝาเครื่อง  โดยการเปิดฝาเครื่องออกมาเพื่อดูส่วนประกอบภายในเครื่องเป็นการตรวจที่ง่ายที่สุด ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เราทราบเพียงว่าส่วนประกอบของเครื่องมีอะไรบ้าง แต่ไม่สามารถเช็คการทำงานของอุปกรณ์นั้นๆ ได้ ว่าทำงานได้จริงและมีความถูกต้องหรือไม่
  2.การตรวจสอบด้วยวินโดว์ โดยการใช้โปรแกรมพิเศษในการตรวจ (เช่น Norton Utilities) หรือใช้Control Panel ที่มีอยู่แล้วในเครื่องก็ได้ ซึ่งวิธีนี้สามารถตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ได้
  3.การตรวจสอบด้วยไบออส  เป็นกระบวนการที่ตรวจสอบฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ภายในเครื่องทุกครั้งที่เปิดเครื่องขึ้นมา เช่น หน่วยประมวลผล (CPU) หน่วยความจำ (RAM) ส่วนของอุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกและการ์ดที่ติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์
หน่วยในการวัด ของระบบคอมพิวเตอร์
ขนาดความจุ
8 บิต (Bit) = 1 ไบต์ (Byte)
1 Byte (ไบต์) = 1 ตัวอักษร 
1 KB (กิโลไบต์) = 1024 ตัวอักษร 
1 MB (เมกกะไบต์)= 1024x1024 คือ1,048,576 byte
1 GB (กิกะไบต์) = 1024x1024x1024 เท่ากับ 1,073,741,824 byte 
1 TB (เทราไบต์)= 1024x1024x1024x1024 GB เท่ากับ 1,099,511,627,776 byte    (harddisk มี 1 ,1.5 , 2 TB แต่ ram ยังไม่มี)
ดังนั้น หน่วยของ GB จึงมีขนาดใหญ่ที่สุด ซึ่งถ้า เป็น Memory Card ที่คุณต้องการจะซื้อ ก็คงต้องเป็น 1 GB, 2GB ซึ่งปัจจุบันก็ผลิตออกมาให้ได้ความจุมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วครับ

ram PC หรือ Notebook ก็แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ในปัจจุบันที่ใช้งานอยู่และหาซื้อได้ คือ
sd ram มี 32,64,128,256 mb(เก่ามากเกิน 10 ปีแล้ว)
ddr ram มี 128 , 256 , 512 mb , 1 GB , 2 GB(เก่ามาก 10 ปีแล้ว)
ddr2 ramมี 256,512 mb ,1 GB,2 GB(เก่า 5 ปีแล้ว)
ddr3 ramมี 2 GB,4 GB ,8 GB(ปัจจุบันใช้งานอยู่)
ความเร็ว               
เฮิรตซ์ (Hz : Hertz) หรือ รอบต่อวินาที มักใช้ในการวัดรอบการทำงานของนาฬิกาของ Processorหรือความเร็วของ  Bus
Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: