บทที่ 2 การจัดการข้อมูลและความรู้

บทที่ 2 การจัดการข้อมูลและความรู้

ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์จะถูกเก็บในรูปของแฟ้มข้อมูล  การประมวลผลแฟ้มข้อมูลมีอยู่หลายวิธี งานบางประเภทใช้ระบบการประมวลผลแบบทันที เช่น การจองตั๋วภาพยนต์ บางประเภทใช้การประมวลผลแบบสะสมเมื่อถึงเวลา เช่น ระบบจ่ายค่าไฟฟ้าแบบรายเดือน นอกจากนี้คอมพิวเตอร์ยังมีการพัฒนาโปรแกรมบนเว็บให้ทำงานด้านธุรกิจที่เรียกว่า พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อีกด้วย

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. บอกลักษณะการประมวลผลไฟล์ของคอมพิวเตอร์ได้
2. บอกความหมายของฐานข้อมูลได้
3. บอกประเภทของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้

เนื้อหาในบทเรียน
–  การประมวลผลข้อมูล
–  ความหมายฐานข้อมูล
–  พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ที่ได้กล่าวมาในบทแรก ลักษณะการจัดเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นจะถูกจัดเก็บในรูปแบบ บิต ไบต์ เรคอร์ดไฟล์  โดยรูปแบบของการประมวลผลนั้นจะอยู่ในรูปแบบของไฟล์หรือแฟ้มข้อมูล หากนำหลายๆ ไฟล์ ที่มีความสัมพันธ์กัน มาเก็บรวบรวมไว้เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป เราจะเรียกว่า ฐานข้อมูล

แฟ้มข้อมูล
แฟ้มข้อมูลหรือไฟล์จะเกิดจากการนำเรคอร์ดของข้อมูลหลายๆ เรคอร์ดมาเก็บรวมกัน ข้อมูลในแต่ละเรคอร์ดจะถูกแยกแยะด้วย ฟิลด์หลัก (Key field) ซึ่งเป็นตัวที่ใช้บอกความแตกต่างของข้อมูล

ประเภทของแฟ้มข้อมูล
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
1. แฟ้มหลัก(Master Files) คือ แฟ้มที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เช่น แฟ้มประวัตินักเรียน แฟ้มประวัติบุคคล แฟ้มรายการสินค้า เป็นต้น
2. แฟ้มที่มีการเปลี่ยนแปลง (Transaction Files) คือ แฟ้มที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ เช่น ระบบเช่า –ยืมหนังสือจะเก็บข้อมูลลูกค้าที่เป็นสมาชิกไว้ในแฟ้มหลัก ส่วนเงินค่าเช่าหนังสือ จะเก็บไว้ในแฟ้มที่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการเช่า-ยืม หนังสือ

ในระบบคอมพิวเตอร์ แฟ้มข้อมูลจะถูกเก็บเอาไว้ในหน่วยความจำสำรอง เช่น ฮาร์ดดิส ซีดี เป็นต้น

โครงสร้างของแฟ้มข้อมูล
ที่นิยมใช้จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
         1. แฟ้มข้อมูลแบบลำดับ (Sequential File) แฟ้มข้อมูลแบบนี้เหมาะสำหรับข้อมูลที่ไม่มีการแก้ไขบ่อยๆ โดยการจัดเก็บ – การอ่านข้อมูล จะเรียงลำดับตั้งเรคอร์ดแรกจนถึงสุดท้ายตามลำดับ

ส่วนการประมวลผลกับข้อมูล เหมาะสำหรับงานที่สะสมข้อมูลไว้ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อถึงกำหนดจึงจะทำการประมวลผลข้อมูล เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์รายเดือน เป็นต้น  ข้อเสีย เสียเวลาเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการช้า
รูปภาพ1

          2. แฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม (Random File) แฟ้มข้อมูลแบบนี้สามารถเข้าถึงเรคอร์ดได้โดยตรง โดยไม่ต้องเรียงลำดับ จึงทำทำให้เกิดความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

การเข้าถึงเรคอร์ดข้อมูลของแฟ้มข้อมูลลักษณะนี้จะใช้ อัลกอริทึม ที่มีชื่อว่า แฮชชิ่ง (hashing)โดยจะนำค่าคีย์ฟิลด์ไปคำนวณหาตำแหน่งของเรคอร์ดที่เก็บข้อมูล จากนั้นจึงไปอ่านข้อมูลจากตำแหน่งของเรคอร์ดที่เก็บข้อมูลจริงๆ ออกมา
รูปภาพ2

          3. แฟ้มข้อมูลแบบลำดับดรรชนี (Index Sequential File) เป็นการนำการเข้าถึงแฟ้มข้อมูลของทั้งสองแบบที่กล่าวมารวมกัน โดยเรคอร์ดของข้อมูลจะถูกเก็บแบบเรียงลำดับไว้ในหน่วยความจำ และมีแฟ้มที่เรียงลำดับดรรชนีจะทำหน้าที่ชี้ว่าเรคอร์ดข้อมูลที่สนใจเก็บอยู่ตำแหน่งใด หากต้องการระบบจะทำการค้นหาในแฟ้มที่เรียงลำดับดรรชนีก่อน ทำให้ทราบตำแหน่งของข้อมูล จากนั้นจึงจะไปหาข้อมูลจากตำแหน่งที่เก็บข้อมูลจริงๆ ข้อเสีย การเขียนโปรแกรมจะซับซ้อน

ความรู้เบื้องต้นด้านฐานข้อมูล

ฐานข้อมูล
คือ การจัดกลุ่มของแฟ้มข้อมูล ที่มีความสัมพันธ์กันเพื่อนำไปใช้ในการทำงาน เพื่อลด ความซ้ำซ้อนของข้อมูล และข้อมูลมีมาตรฐาน สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           ฐานข้อมูล ส่วนใหญ่ที่รู้จัก คือ ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) ข้อมูลที่เก็บอยู่ในรูป ตาราง (Table) ข้อมูลแต่ละส่วนจะมีความสัมพันธ์กัน
ตัวอย่าง ตารางเก็บข้อมูลนักเรียน
คำศัพท์ต่างๆ ที่ต้องเข้าใจ เรื่องฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์
     เอนทิตี้ (Entity) เป็นคำที่ใช้อ้างถึงบุคคล สถานที่ และสิ่งของ เช่น นักเรียน ลูกค้า ใบลงทะเบียน ใบสั่งซื้อสินค้า ตัวอย่างเช่น ระบบการลงทะเบียนเรียน เอนทิตี้ของระบบจะประกอบด้วย เอนทิตี้นักศึกษา,ใบลงทะเบียน
     แอทริบิวต์ (Attribute) เป็นข้อมูลที่แสดงถึงลักษณะของเอนทิตี้ เช่น แอทริบิวต์ของเอนทิตี้นักศึกษา ประกอบด้วย รหัสนักศึกษา ชื่อ ที่อยู่ ส่วนแอทริบิวต์ของเอนทิตี้ใบลงทะเบียนประกอบด้วย รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต ดังรูป

     ความสัมพันธ์ (Relationships) ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้ต่างๆ ในระบบ เช่น ในระบบการลงทะเบียนจะประกอบด้วยเอนทิตี้นักเรียน และเอนทิตี้ใบลงทะเบียน
ความสัมพันธ์แบบ หนึ่งต่อกลุ่ม (
One – to – many)
จากรูป
นักศึกษา 1 คน สามารถลงทะเบียนได้หลายรายวิชา แต่ใบลงทะเบียนจะมาจากนักศึกษาได้คนเดียว

ข้อดีของการนำฐานข้อมูลมาใช้
1. ลดความซ้ำซ้อนและความขัดแย้งของข้อมูล
2. สามารถใช้ข้อมูลได้อย่างมีอิสระและมีประสิทธิภาพ
3. สามารถเรียกดู เพิ่ม เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลได้ง่าย
4. เป็นการเก็บข้อมูลที่ได้มาตรฐาน
5. ดูแลความปลอดภัยของข้อมูลได้ง่าย

การประมวลผลที่ข้อมูลใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ มี 2 แบบ คือ

1. การประมวลผลแบบกลุ่ม (Batch Processing) เป็นการรวบรวมข้อมูลไว้ปริมาณหนึ่ง หรือช่วงเวลาหนึ่งแล้วจึงประมวลผลพร้อมกัน เช่น การประมวลผลค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์
เป็นรายเดือน
2. การประมวลผลแบบทันที (Real-time Procressing) เป็นการประมวลผลแบบทันที ที่มีข้อมูลเข้าสู่ระบบ เช่น การกดเงินจากตู้ ATM การจองตั๋วหนัง ตั๋วเครื่องบิน
ระบบฐานข้อมูล
ในระบบธุรกิจขนาดใหญ่ การใช้ระบบฐานข้อมูล จะช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ ดังนั้นในการสร้างฐานข้อมูลจึงต้องอาศัยโปรแกรมพิเศษมาช่วยในการจัดการฐานข้อมูล โปรแกรมนี้จะเรียกว่า ระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Management System) : DBMS

คลังข้อมูล (Data warehouse) คือ การรวบข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆหลายๆ แหล่งเข้าด้วยกัน โดยนำข้อมูลมาปรับแก้ไขให้อยู่ในมาตราฐานเดียวกัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่
เหมืองข้อมูล (data mining) คือ การนำคลังข้อมูลต่างๆ มาค้นหาข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันให้ได้ข้อมูลที่เป็นลักษณะเฉพาะและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามรูปแบบที่ต้องการ

พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
การทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท การทำธุรกิจแบบนี้ผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่จำเป็นต้องพบกัน สามารถทำได้ทุกเวลา อิสระ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง

กระบวนการพื้นฐานในระบบ
1. ลูกค้า เปิดเว็บ เพื่อเลือกรายการ
2. ลูกค้า ส่งรายการซื้อสินค้าไปยังผู้จำหน่าย
3. ลูกค้า ชำระเงินให้ผู้จำหน่าย
4. ลูกค้า รอรับสินค้าจากผู้จำหน่าย

รูปแบบของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
หากแบ่งตามลักษณะการดำเนินงานระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายจะแบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้
1. แบบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C)
2. แบบผู้ซื้อกับผู้ซื้อ (C2C)
3. แบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B)

Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: