งานกราฟริก

time

                              เนื้อหารายวิชา 
1.  บทบาทและความสำคัญของงานกราฟฟิก
2. ประเภทของสีและแสงที่ใช้ในงานกราฟฟิก
3. รูปแบบและชนิดไฟล์ภาพสำหรับงานกราฟฟิก

1. บทบาทและความสำคัญของงานกราฟริก  
   ปัจจุบันเทคโนโลยีได้มีวิวัฒนาการไปค่อนข้างรวดเร็ว การใช้ระบบการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการกระจายของข้อมูลไปอย่างรวดเร็ว   เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ง่ายนักเนื่องมาจากความแตกต่างในหลายๆด้าน   ด้วยคุณสมบัติที่ดีของงานกราฟิกทำให้งานกราฟิกมีบทบาทสำคัญในการลดข้อจำกัดต่างๆ   ที่เกี่ยวข้อง ประสิทธิภาพของการคิดการบันทึกและการจำประสิทธิภาพและประสิทธิผล 
   เหตุผลสำคัญที่ทำมนุษย์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับงานกราฟริกมากขึ้น มีดังนี้
  1.ความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ  การใช้งานกราฟริกช่วยจะทำให้ข้อมูลที่ติดต่อสื่อสารเข้าใจกันง่ายและสะดวกขึ้น
  2.ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ความนิยมใช้งานกราฟริกช่วยในการสื่อความหมาย จึงเกิดขึ้นแพร่หลายในสื่อเกือบทุกประเภท
  3.จำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้นและความไร้พรมแดน ประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว งานกราฟริกจึงเป็นเครื่องผ่อนแรง ในการสื่อความหมาย ได้เข้าใจและถูกต้องในเวลาที่สั้น
  4.ความแตกต่างระหว่างบุคคล แต่ละคนมีความแตกต่างกันในด้านต่างๆ การใช้งานกราฟริกเข้าช่วย   จะทำให้ง่ายต่อการสื่อความหมายเป็นอย่างดี
2. ประเภทของสีและแสงที่ใช้ในงานกราฟริก
   1.RGB : เป็นระบบสีที่ประกอบด้วยแม่สี 3 สี คือสีแดง สีเขียวและสีน้ำเงิน เมื่อนำมาผสมกันทำให้เกิดสีได้มากถึง16.7 ล้านสี ซึ่งใกล้เคียงกับสีที่ตาเรามองเห็นปกติ ถ้าสีมีความเข้มมากเมื่อนำมาผสมกันจะทำให้เกิดเป็นสีขาว  จึงเรียกระบบสีนี้ว่าแบบ Additive หรือการผสมสีแบบบวก
   2.CMYK: ประกอบด้วยสีหลัก 4 สีคือ สีฟ้า,สีม่วง,แดง,สีเหลืองและสีดำ เมื่อนำมาผสมกันจะเกิดสีเป็นสีดำแต่จะไม่ดำ สนิทเนื่องจากหมึกพิมพ์มีความไม่บริสุทธิ์ จึงเป็นการผสมสีแบบลดหลักการเกิดสีของระบบนี้ คือ หมึกสีหนึ่งจะดูดกลืนแสงจากสีหนึ่งและสะท้อนกลับออกมาเป็นสีต่าง ๆ
   3.HSB: เป็นระบบสีแบบการมองเห็นของสายตามนุษย์  ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
   - Hue คือ สีต่างๆ ที่สะท้อนออกมาจากวัตถุแล้วเข้าสู่สายตาของเรา
   - Saturation คือ ความสดของสี โดยค่าความสดของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100 แต่ถ้ากำหนดที่ 100 สีจะมีความสดมาก
   - Brightness คือ ระดับความสว่างของสี โดยค่าความสว่างของสีจะเริ่มที่ 0 ถึง 100

   4.LAB: เป็นระบบสีที่ไม่ขึ้นกับอุปกรณ์ใดๆแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
    - L เป็นการกำหนดความสว่างซึ่งมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 100 ถ้ากำหนดที่ 0 จะกลายเป็นสีดำแต่ถ้ากำหนดที่ 100 จะเป็นสีขาว   
    - A เป็นค่าของสีที่ไล่จากสีเขียวไปสีแดง 
    - B เป็นค่าของสีที่ไล่จากสีน้ำเงินไปเหลือง
LAB
3. รูปแบบและชนิดไฟล์ภาพสำหรับงานกราฟริก
   มี 2 รูปแบบ คือ
  1.ภาพราสเตอร์(Raster)หรือเรียกว่าภาพแบบ Bitmapก็ได้ เป็นภาพที่เกิดจากการเรียงตัวกันของจุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ  หลากหลายสี ซึ่งเรียกจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆนี้ว่า พิกเซล(pixels)ข้อดีของภาพแบบ Raster
- สามารถแก้ไขปรับแต่งได้
- ตกแต่งได้ง่ายและสวยงาม
นามสกุลที่ใช้เก็บภาพแบบ Raster (Bitmap) 
 Raster
  2.ภาพแบบ Vector :เป็นภาพที่เกิดจากการอ้างอิงความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์  หรือการคำนวณซึ่งภาพจะมีความเป็นอิสระต่อกัน เมื่อมีการขยายภาพความละเอียดของภาพไม่ลดลง แฟ้มภาพมีขนาดเล็กกว่าภาพแบบ Raster
ข้อดีของภาพแบบ Vector
 -  นิยมนำไปใช้ในด้านสถาปัตย์ตกแต่งภายในและการออกแบบต่างๆ เช่น การออกแบบอาคาร การออกแบบรถยนต์ การสร้างโลโก้ การสร้างการ์ตูน
โปรแกรมที่นิยมนำมาสร้างภาพแบบ Vector
 -  Illustator         
 -  CorelDraw
 -  AutoCAD
 -  3Ds max  ฯลฯ
นามสกุลที่ใช้เก็บภาพแบบ Vector
   Vector
การเปรียบเทียบไฟล์ Raster(bitmap)กับ vector

vector-bitmap
Advertisements

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: